เทคนิคการออกแบบเว็บให้ Google รู้จัก

        หากพูดถึง Search Engine ของ Google แล้ว หลายคนคงอยากให้เว็บไซต์ของตนเองติดอันดับผลการค้นหาต้นๆ เพื่อที่จะให้คนเข้ามาชมเว็บไซต์ได้จำนวนมาก เนื่องจากผลการค้นหาอันดับต้นๆ มักจะถูกกดเข้าไปดูมากกว่าผลการค้นหาที่อยู่อันดับล่างๆ หรือผลการค้นหาที่อยู่หน้าหลังๆ แต่จะทำยังไงที่จะทำให้เว็บไซต์ของเราอยู่อันดับต้นๆ ของ Google วันนี้เรามีเทคนิคการออกแบบเว็บไซต์ง่ายๆ ที่จะช่วยให้เว็บไซต์ของคุณสามารถที่จะติดอันดับการค้นหาลำดับต้นๆ ได้ โดยที่คุณสามารถทำได้ด้วยตัวเองมาแนะนำกัน เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า

1. ใส่ Keyword ใน Title ของหน้าเว็บ

        การใส่ Keyword ในหน้าเว็บไซต์ในส่วนของแท็ก <Title> จะช่วยทำให้ Search Engine รู้ว่าเว็บไซต์หน้านั้นๆ ของคุณมีข้อมูลเกี่ยวกับอะไร ซึ่งข้อมูลนี้จะแสดงอยู่ในตำแหน่งบนด้านบนสุดของบราวเซอร์ ซึ่งตำแหน่งนี้ถือเป็นปัจจัยที่สำคัญมากที่จะช่วยให้เว็บไซต์ถูกค้นหาได้ง่าย

2. การใส่ Keyword ที่ต้องการในส่วนด้านบนของเว็บไซต์และการเน้นด้วยตัวหนา

        การเน้น Keyword ที่ต้องการด้านบนของหน้าเว็บไซต์ และมีการเน้น keyword ภายในหน้าเว็บไซต์ด้วยตัวหนา หรือการใช้แท็ก <b> จะเป็นการเน้นให้ Search Engine รู้ว่า นี่คือคำที่เราต้องการเน้นและให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ซึ่ง Search Engine จะให้ความสำคัญและน้ำหนักกับ Keyword เหล่านี้

3. หลีกเลี่ยงการออกแบบเว็บไซต์ด้วย รูปภาพ หรือ Flash เยอะจนเกินไป และไม่ค่อยมีตัวหนังสือ

        เนื่องจากว่า Google จะอ่านข้อมูลจากโค๊ดของหน้าเว็บไซต์ ซึ่งหากเว็บไซต์คุณเน้นหนักไปที่ภาพ หรือ Flash ด้วยแล้วละก็ Google จะไม่รู้เลยว่าเว็บไซต์ของคุณเกี่ยวกับอะไร คุณควรปรับเปลี่ยนการออกแบบ โดยเพิ่มตัวหนังสือเข้าไปในเว็บไซต์ เพื่อให้ Google ได้รู้จักเว็บไซต์อของคุณ

4. หลีกเลี่ยงการออกแบบเว็บไซต์ด้วยเฟรม

        เพราะการออกแบบเว็บไซต์ด้วยการใช้ เฟรม <frame> จะทำให้ Search Engine จะไม่สามารถทราบได้ถึงข้อมูลที่มีอยู่ในเนื้อหาในหน้านั้นๆ เพราะเนื้อหาในหน้านั้นๆ ได้ถูกแบ่งออกเป็นส่วนๆ โดยการใช้เฟรม ดังนั้นคุณจึงควรจะหลีกเลี่ยง (การใช้เฟรมคือการออกแบบเว็บที่มีหน้าเว็บหลายๆ ส่วนประกอบเข้าด้วยกันในหน้าเดียว)

5. การเขียนเว็บด้วยภาษาง่าย ๆ ไม่ใช่ code ที่สลับสับซ้อน

        การทำเว็บไซต์ โดยใช้ code ที่สั้นและกระชับเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เว็บไซต์คุณง่ายต่อการค้นหาของ Search Engine พยายามอย่าใช้ code ฟุ่มเฟือยจนเกินไป ไม่ควรใช้ Table(ตาราง) มากเกินไป ลดการใช้ JavaScript และ CSS ใช้แค่เท่าที่จำเป็นเท่านั้น นอกจากนี้ คำค้นหาสำคัญๆ ควรอยู่ส่วนบนๆ ของเว็บเพจให้มากที่สุด

6. ควรตั้งชื่อไฟล์รูปภาพ และใส่คำอธิบายให้กับภาพ

คุณควรตั้งชื่อไฟล์รูปภาพที่ตรงกับ Keyword ที่คุณต้องการ และควรใส่คำอธิบายภาพ โดยใช้แท็ก <alt> คำอธิบาย </alt> เพื่อทำให้ Search Engine รู้ว่าภาพที่คุณใส่เข้าไปในเว็บไซต์คุณคือภาพอะไร และเกี่ยวกับอะไร ซึ่งจะมีผลต่อการค้นหาของ Search Engine ด้วย

7. ใส่ keyword ให้หนาแน่น ภายในหน้าเว็บไซต์

        การที่ในหน้าเว็บไซต์ของคุณมี Keyword ที่ซ้ำๆ หลายๆ คำในหน้านั้นๆ (Keyword Density) นั่นหมายถึงหน้าๆ นั้นของคุณมีข้อมูลและเรื่องราวที่เกี่ยวกับคำๆ นั้น ซึ่ง Search Engine ให้ความสำคัญกับส่วนนี้เช่นกัน แต่ก็มีข้อควรระวังเช่นกัน ก็คือการซ้ำกันของ Keyword ในหนึ่งหน้าเว็บ ไม่ควรเกิน 20% ซึ่งหากใส่มากเกินไปจะกลายเป็นการ Keyword Spamming ซึ่งอาจจะทำให้เว็บไซต์คุณโดนบล็อกไปเลย

8. ขนาดไฟล์ HTML ของหน้าเว็บไซต์ไม่ควรเกิน 32kb

        ถ้าหน้าเว็บไซต์ของคุณ ถูกออกแบบมามีขนาดใหญ่จนเกินไป จะทำให้ Search Engine ไม่สามารถเก็บข้อมูลของหน้าเว็บไซต์คุณได้ ดังนั้นในการออกแบบควรไม่ให้มีขนาดไฟล์ HTML เกิน 32kb

9. แลกลิงค์กับเว็บไซต์อื่นๆ

        การแลกลิงค์กับเว็บไซต์อื่นๆ และมีเว็บไซต์อื่นๆ ลิงค์มาหาคุณเยอะๆ เป็นการแสดงว่าเว็บไซต์คุณเป็นที่รู้จัก ซึ่ง Google จะให้คะแนนของเว็บไซต์คุณ โดยเป็นค่า Page Rank (PR)โดยจะมีการให้คะแนนเอาไว้มีค่าตั้งแต่ 1-10 คะแนน โดย Web Page ใดที่ google เห็นว่าเป็น Web Page ที่ “สำคัญ” ซึ่งหากเว็บไซต์คุณมีค่า Page Rank สูงก็จะมีผลต่ออันดับในการแสดงใน Google โดยเราสามารถทราบค่า PR ของเว็บไซต์เราได้ โดยทำการติดตั้ง google toolbar (http://toolbar.google.com) หลังจากนั้นคุณจะสามารถดูคะแนน PR ของคุณที่จัดโดย google ได้ 

10. ทำ Site Map ให้กับเว็บไซต์ของคุณ

        Site Map คือแผนที่เว็บไซต์ของคุณ ว่าเว็บไซด์คุณมีหน้าเว็บต่างๆ อยู่ที่ไหนบ้าง หน้าไหน link ไปสู่หน้าไหน เป็นการรองรับให้ทุกๆ หน้าของเว็บไซด์คุณถูกเข้าถึงได้ทั้งหมด ซึ่งจะทำให้ Google สามารถทราบได้ว่าในเว็บไซต์ของคุณมีหน้าเว็บอะไรบ้าง

 

 

ที่มา: http://www.emarketing.in.th